สภาพนักงาน (งานสภาพนักงาน กองกลาง)
Faculty Senate

     ข่าวดี..!! สำหรับบุคลากรในช่วงปีใหม่ ๒๕๕๗ สืบเนื่องจากการที่สภาคณาจารย์ และสภาข้าราชการ พนักงานและลูกจ้าง อาจารย์ชัช พงษ์ศิวัตม์ ประธานสภาคณาจารยและคณะกรรมการสภาคณาจารย์ร่วมกับนายปิยะวัฒน์ ยาวิชัยชูลาภ ประธานสภาข้าราชการ พนักงานและลูกจ้าง ได้ร่วมกันจัดประชุมแลกเปลี่ยนและให้ความรู้ต่อการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อสำรวจความต้องการของบุคลากร ที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยเข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี นั้น 

บัดนี้ สภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๕๗  เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๗ ได้ผ่านความเห็นชอบและอนุมัติให้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ดำเนินการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สำหรับพนักงานมหาวิทยาลัย โดยเริ่มจากมหาวิทยาลัยจัดสรรเงินสมทบในอัตราร้อยละ ๓ ของค่าจ้าง และพนักงานมหาวิทยาลัยสมทบอีกในอัตราร้อยละ ๓ รวมเป็นร้อยละ ๖ นั้น ในการนี้มหาวิทยาลัย โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จำเนียร  ยศราช อธิการบดี อาจารย์รชฏ  เชื้อวิโรจน์ รองอธิการบดี ฝ่ายบริหาร และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กชพร  ศิริโภคากิจ รองอธิการบดีฝ่ายทรัพย์สินและการคลัง ร่วมกับตัวแทนจากสภาคณาจารย์ สภาข้าราชการ พนักงานและลูกจ้างได้ดำเนินการคัดเลือกบริษัทจัดการกองทุน ที่มีความมั่นคงและผลการประกอบการที่ดีมาบริหารเงินกองทุนเพื่อเป็นสวัสดิการยามเกษียณอายุราชการ (จากการคำนวณเบื้องต้นจะได้รับเงินประมาณหลายล้านบาทต่อคน แล้วแต่อายุราชการและเงินเดือนที่ได้รับ ซึ่งมีความแตกต่างกัน) และในส่วนของพนักงานมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ ก็สามารถเปลี่ยนประเภทเงินสะสมจากเงินฝากออมทรัพย์พิเศษ อัตราร้อยละ ๓.๒๕ ต่อปี มาเป็นเงินฝากสะสมทรัพย์ สภาคณาจารย์ และสภาข้าราชการ พนักงานและลูกจ้าง จึงขอขอบคุณคณาจารย์และบุคลากรทุกท่านที่ให้ความร่วมมือและช่วยเหลือการดำเนินงานดังกล่าว และขอขอบพระคุณกรรมการสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ นำโดย ท่านนายกสภามหาวิทยาลัย (ดร.อำนวย ยศสุข) กรรมการบริหารมหาวิทยาลัยแม่โจ้และกรรมการบริหารงานบุคคล (ก.บ.ม.)โดย ท่านอธิการบดี(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จำเนียร ยศราช ที่ให้ความสำคัญของการจัดสวัสดิการเพื่อความเป็นอยู่ของพนักงานมหาวิทยาลัย และบุคลากรทุกฝ่าย แม้ว่ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ จะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีขนาดกลางและมีงบประมาณไม่มากนัก แต่ก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ จนเป็นที่ยอมรับของมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ ในการนี้ ต้องขอขอบคุณบุคลากรจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย(ปอมท.)ที่ประชุมประธานสภาข้าราชการพนักงานและลูกจ้างมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย(ปขมท.)และเครือข่ายพนักงานหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยที่ได้ให้ความอนุเคราะห์รายละเอียดข้อมูลต่างๆจนทำให้การจัดทำระเบียบว่าด้วยการจัดตั้งกองทุนสำเร็จลุล่วงด้วยดีสำหรับบุคลากรที่เป็นข้าราชการลูกจ้างประจำและพนักงานราชการ คณะทำงานได้ศึกษาข้อมูลจากมหาวิทยาลัยอื่นๆ ประกอบแล้วพบว่าสามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ก็ต่อเมื่อมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ปรับเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับหรือที่เรียกออกนอกระบบแล้วซึ่งตอนนี้ก็มีความคืบหน้าไปอีกระดับหนึ่งโดยคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยได้เสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย ในวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ลำดับต่อไป 

  ในส่วนการปรับฐานเงินเดือน ของพนักงานมหาวิทยาลัย ซึ่งขณะนี้กำลังปรากฏ เป็นรูปธรรมนั้น ขอชี้แจงให้ทราบว่า พนักงานมหาวิทยาลัยทุกท่าน ยกเว้นผู้บรรจุคุณวุฒิ ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี จะได้รับเงินเพิ่มเข้าในบัญชีของท่านในสิ้นเดือน มกราคม ๒๕๕๗ เพิ่มจากเดิมเมื่อสิ้นเดือน ธันวาคม ๒๕๕๖ คนละประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าบาท โดยแยกรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว คือ

             ๑.การปรับฐานเงินเดือน(จะได้รับต่อเนื่องจนกว่าจะเกษียณอายุ ๖๐ ปีบริบูรณ์)    เดือนละ ๒,๐๐๐ บาท โดยเริ่มตั้งแต่ วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ รวมระยะเวลา ๑๓ เดือน เป็นเงิน ๒๖,๐๐๐ บาท

             ๒.การเลื่อนเงินเดือนรอบเดือนเมษายน – กันยายน ๒๕๕๖ เฉลี่ยร้อยละ ๓ ของเงินเดือน รวมระยะเวลา ๔ เดือน ยกตัวอย่างเช่น นายโชคดี  ร่ำรวย  พนักงานมหาวิทยาลัย สังกัดมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เงินเดือน ๔๐,๐๐๐ บาท ก็จะเท่ากับ ๔๐,๐๐๐ คูณ ๓  คูณ ๔ เดือน หาร ๑๐๐ เท่ากับ ๔,๘๐๐ บาท รวมกับการปรับฐานเงินเดือน ๒๖,๐๐๐ บาท เป็นเงินเข้าบัญชีทั้งสิ้น ๓๐,๘๐๐ บาท

                   สำหรับการจัดสวัสดิการ ยังมีภารกิจที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องอีก ๒ โครงการใหญ่ ได้แก่ (๑) การจัดให้มีการประกันสุขภาพสำหรับบุคลากร เพื่อแก้ปัญหาการเข้ารับปริการรักษาพยาบาลจากระบบประกันสังคมที่ไม่ค่อยสะดวกและปัญหาเรื่องคุณภาพยาในบางโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยได้มอบหมายให้สภาคณาจารย์เร่งศึกษาเรื่องนี้ (๒) การจัดสวัสดิการรูปแบบต่างๆที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เช่น ชพค.สมาคมฌาปนกิจ,ทุนการศึกษาต่างๆ นำมาบูรณาการร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จำกัด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการพิจารณาได้ผลประการใดจะได้แจ้งให้บุคลากรทราบในโอกาสต่อไป

         สวัสดีปีใหม่ทุกท่านครับ…

 

            อาจารย์ ชัช  พงษ์ศิวัตม์                           นายปิยะวัฒน์  ยาวิชัยชูลาภ

                       ประธานสภาคณาจารย์                ประธานสภาข้าราชการ พนักงานและลูกจ้าง

ปรับปรุงข้อมูล : 15/1/2557 0:00:00     ที่มา : สภาพนักงาน (งานสภาพนักงาน กองกลาง)     จำนวนผู้เปิดอ่าน : 1143

กลุ่มข่าวสาร :

ข่าวล่าสุด

สภาพนักงาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมการประชุม ปอมท. สมัยสามัญ ครั้งที่ 2/2569
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัชชานนท์ สมบูรณ์ชัย กรรมการสภาพนักงานมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาพนักงานเพื่อเข้าร่วมการประชุม ปอมท. สมัยสามัญ ครั้งที่ 2/2569 ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.กฤษดา ตั้งชัยศักดิ์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ปฏิบัติหน้าที่รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้การประชุม ปอมท.สมัยสามัญ ครั้งที่ 2/2569พิธีรับโล่พระราชทานอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2568เยี่ยมชมผลงานของอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2568การเสวนาวิชาการเรื่อง “อาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ: เส้นทาง ประสบการณ์และคุณค่าที่ส่งต่อสังคม”
2 มีนาคม 2569     |      45
ประธานสภาพนักงานร่วมการประชุม ปอมท. สมัยสามัญ ครั้งที่ 1/2569
เมื่อระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมพ์ชนก สังข์แก้ว ประธานสภาพนักงาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ รองเลขาธิการ ปอมท. เข้าร่วมการประชุม ปอมท. สมัยสามัญ ครั้งที่ 1/2569 ณห้องประชุมวิจารณ์ศุภกิจ ชั้น 3 สำนักงานวิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จังหวัดปัตตานีซึ่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเพื่อเสริมพลังเครือข่ายสภาอาจารย์ทั่วประเทศ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บดินทร์ แวลาเตะ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ วิทยาเขตปัตตานี ให้เกียรติกล่าวต้อนรับและกล่าวเปิดการประชุม โดยแสดงความยินดีและความภาคภูมิใจที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในครั้งนี้ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของเวที ปอมท. ในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสภาอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเครือข่ายทั่วประเทศ การประชุมในครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการบริหารจัดการมหาวิทยาลัย ตลอดจนการขับเคลื่อนระบบอุดมศึกษาไทยในภาพรวม พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นว่าการประชุมจะเป็นเวทีสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง อันจะนำไปสู่การพัฒนามหาวิทยาลัยและสังคมอย่างยั่งยืนการประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ 1/2569 มีเป้าหมายเพื่อให้การดำเนินงานของ ปอมท. เป็นไปอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยสมาชิกได้ร่วมกันพิจารณา แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และเสนอแนะแนวทางการพัฒนาบทบาทหน้าที่ของสภาอาจารย์ ให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของระบบอุดมศึกษาในปัจจุบันนอกจากนี้กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการประชุมหารือระเบียบวาระสำคัญ• กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่อง การเรียนรู้ในสถาบันพหุวัฒนธรรม• ศึกษาดูงานโครงการวิจัยวงแหวนพหุวัฒนธรรมกือดาจีนอ และโครงการวิจัยแก้จน อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานีภาพ / ข่าว : ที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย - ปอมท.
3 กุมภาพันธ์ 2569     |      109